PASIN's profile(~o^) Torn_jessadapick (...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
กลุ่มเพื่อนในกะเสด
|
(~o^) Torn_jessadapick (^o~) 's spaceSeptember 28 6 STRATEGY TO SUCCESSและ 95 เปอร์เซนต์ของคนบนโลก เป็นเจ้าของทรัพย์สินเพียงแค่ 5 เปอร์เซนต์
แล้วมีใครสงสัยบ้างมั้ยครับว่า เอ .... ทำไมคน 5 เปอร์เซนต์ถึงมีทรัพย์สินรวมกันได้ถึง 95 เปอร์เซนต์ของโลก
?????
ผมเองนะครับเคยสงสัยว่า คนเก่งๆ คนมีความสามารถ หรือคนที่เป็นผู้นำ
เค้ามีความคิดยังไง ถึงได้นำพาตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้
แล้วเราจะทำยังไงให้ได้เท่าพวกเค้า //* * \\
!!! ด้วยความบังเอิญครับ
ขณะที่นั่งเล่นเนตอยู่ก็เกิดเลยคำถามต่างๆขึ้นมา
เออ..ถ้าเราอยากจะเก่งเนี่ย เราคงต้องหาความรู้เพิ่ม
เราคงต้องหาอะไรใหม่ๆใส่ตัว เราถึงจะเก่งได้
แต่เอ๊ะ !! ก่อนจะเก่งเราคงต้องรู้ Know how ซะก่อน ถึงจะเก่งได้
ด้วยเหตุนี้เองคับ ผมเลยนั่งหาบทความหลายๆบทความอ่าน
เพื่อเรียนรู้วิธีการสู่ความสำเร็จของคนเก่งให้ได้
จนผมได้มาพบกับบทความของ คุณวิฑูรย์ ลิ้มประเสริฐ
" ยุทธวิธีสู่ความสำเร็จด้วย 6 ดี "
บทความนี้ ได้รวมยุทธวิธีสุดยอด ที่จะนำพาให้ตัวท่านสู่ความสำเร็จ
เป็นแนวคิด เป็น Know How ที่จะทำให้วัยรุ่นอย่างเราๆ ประสบความสำเร็จได้ก่อนใคร
บทความนี้อาจต้องใช้เวลาในการอ่านสักนิดนึง แต่ขอให้ตั้งใจอ่านจนถึงตัวอักษรตัวสุดท้าย
เพราะทุกเรื่องราวในบทความได้กลั่นกรองมาเป็นอย่างดี ผมมั่นใจได้ว่า คุ้มค่าสำหรับการอ่านแน่นอน
และเพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลา.... ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งการเรียนรู้ ณ บัดนี้ ......
โดย..วิฑูรย์ ลิ้มประเสริฐ
ท่านที่เคารพทั้งหลายครับ กระผมเชื่อเหลือเกินว่ามนุษย์ทั้งหลายต่างต้องการแสวงหาความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น เพราะความสำเร็จนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติคุณและความสุขใจ ความสำเร็จของคนทุกคนคือรางวัลแห่งชีวิต และสามารถเป็นอนุสาวรีย์แห่งชีวิตได้ แต่มนุษย์เราจะถึงฝั่งแห่งความสำเร็จได้อย่างไร จะใช้หลักการและกระบวนการใดไปสู่ความสำเร็จนั้น กระผมคิดว่า ความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องของโชค 10 % และเป็นเรื่องของกรรมคือการกระทำ 90 % ครับ
ท่านที่เคารพครับ ความสำเร็จมีหลายด้าน เช่น ด้านการบริหาร ด้านการปกครอง ด้านการเมือง ด้านการศึกษา ด้านการครองเรือน และด้านธุรกิจเป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม กระผมจะพูดถึงหลักการหรือทฤษฎีใหญ่ ๆ ที่ประชาคมโลกเขาใช้เป็นยุทธวิธีเพื่อกรุยทางไปสู่ความสำเร็จแห่งชีวิต ซึ่งมีทั้งหมด 6 ดี ด้วยกัน ดังนี้ครับ
จะทำให้เกิดความทะเยอทะยาน คือความอยากที่พระเรียกว่า “ ตัณหา ” เมื่อมีความอยาก มนุษย์เราก็จะใฝ่เรียนใฝ่รู้และใฝ่พัฒนา เมื่อใฝ่พัฒนาก็จะทำให้เกิดความคิดในมิติต่าง ๆ คือ คิดกว้าง คิดลึก และคิดไกล ที่เรียกว่า “ วิสัยทัศน์ ” และคนที่มี “ วิสัยทัศน์ก้าวไกล ” ก็มักจะเป็นคนชอบเรียนรู้ ชอบแสวงหาขอบฟ้าแห่งความรู้อยู่สม่ำเสมอ .............
.......
...
“ วิสัยทัศน์ หมายถึง จินตภาพใจอนาคตที่เด่นชัดในความคิดของบุคลหนึ่ง .................... ซึ่งตั้งอยู่บนฐานของความเข้าใจสภาพปัจจุบัน และการเปลี่ยนแปลงในอนาคต .....................................................................
จินตภาพดังกล่าว มีอิทธิพลต่อการสร้างแรงจูงใจ บันดาลใจให้บุคลนั้นมีความมุ่งมั่น ..................................
มีแรงจูงใจใฝ่สู่สัมฤทธิ์ ส่งผลให้บุคคลนั้นดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมาย มีการวางแผน ........
และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค์และความล้มเหลว เพราะมีความหวังอยู่เสมอว่า .....................................................................
จินตภาพนั้นจะเป็นจริงในอนาคต การมีวิสัยทัศน์ ย่อมจะนำมาซึ่งความสำเร็จที่แท้จริงของชีวิต ................
และเป็นความสำเร็จที่มีคุณค่า น่าประทับใจ ..............................................................................................................
เราเริ่มต้นจาก “ ความฝัน ” และการบรรจงสร้างสรรค์ให้ “ ความฝัน ” นั้นเป็นความจริงด้วยตัวของเราเอง
เป็นความสำเร็จที่มิใช่ได้มาด้วย “ ความบังเอิญ ” แต่ได้มาด้วย “ วิสัยทัศน์ ” ที่เกิดจากความใฝ่ฝัน
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์และการปกครองไทย ทรงตรัสไว้ว่า
“ ประเทศไทยอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้
เพราะผู้บริหารและผู้ปกครองในสมัยอดีต
มีวิสัยทัศน์ มีจินตนาการ มองเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในอนาคต
จึงวางแผน และหาวิธีแก้ปัญหาไว้แต่เนิ่น ๆ ”
พลตรีหลวงวิจิต วาทการ กล่าวไว้ว่า
“ คนที่มีวิสัยทัศน์คือคนที่ต้องการความสำเร็จในชีวิต
ส่วนคนที่ไม่มีวิสัยทัศน์นั้น คือ ผู้พ่ายแพ้สำหรับวันนี้
และเป็นผู้ที่ตายแล้วสำหรับวันพรุ่งนี้ และวันต่อ ๆ ไป ”
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกกล่าวไว้ว่า
“ จินตนาการสำคัญมากกว่าความรู้ ”
ข้อนี้ หลาย ๆ ท่านคงไม่เห็นด้วย แต่เป็นความจริงนะครับ
เพราะ Bill Gate มหาเศรษฐี อันดับต้น ๆ ของโลก เขาเรียนไม่จบปริญญาที่มหาวิทยาลัย ฮาร์หวาด
แต่เขามีจินตนาการว่า “ ในช่วงชีวิตของเขา บ้านทุกหลังในโลกนี้ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ”
และท่าน โธมัส เอดิสัน ก็ไม่จบปริญญาตรี
แต่ก็สามารถเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก
และสามารถทำให้จินตนาการของท่านเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติทั่วโลกตลอดกาล
ไมเคิล ฟาราเดย์ บิดาแห่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากล่าวไว้ว่า “ เขาจินตนาการเรื่องกระแสไฟฟ้าในสมองของเขาตลอดเวลา
สิ่งที่เขาจินตนาการนั้น เป็นแรงผลักดันให้เขาดำเนินชีวิตในวิถีทางที่เขาประสบความสำเร็จได้ ”
กระผมขอกล่าวถึงมนุษย์ผู้มีความปรารถนาอันแรงกล้า มีวิสัยทัศน์อันยาวไกล และเป็นผู้มีพระคุณต่อชาวโลกอย่างล้นเหลือ ดังนี้ครับ คนแรก คือ ท่าน “ โธมัส อีวา เอดิสัน ” ท่านเห็นดวงดาว ส่องแสงสว่างจ้าในยามราตรี ท่านจึงคิดว่า มนุษย์ควรจะมีอะไรสักอย่างที่ส่องแสงสว่างเหมือนดวงดาว
และท่านจึงทดลองประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า
ท่านทำการทดลองและล้มเหลวมากกว่า 2 พันครั้ง
แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลและความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ
ท่านไม่เคยหมดกำลังใจจนมีคนถามท่านว่า
“ ท่านรู้สึกอย่างไรที่ท่านล้มเหลวในการประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าถึง 2,000 ครั้งแล้ว ”
แต่ท่าน โธมัส เอวา เอดิสัน ตอบว่า
“ ผมไม่เคยล้มเหลวแม้แต่เพียงครั้งเดียว เพราะ 2,000 ครั้งที่ผ่านมานั้น
ล้วนแต่เป็นขั้นตอนที่จะนำผมไปสู่ความสำเร็จ ”
ท่านที่เคารพครับ อีกเรื่องหนึ่งที่กระผมอดที่จะนำมาพูดในที่นี่ไม่ได้ก็คือว่า “ มีคนถามว่า ท่านรู้สึกอย่างไรที่ท่านล้มเหลวในการประดิษฐ์แบตเตอร์รี่ประจุไฟฟ้าถึง 25,000 ครั้ง ”
ท่าน โธมัส เอดิสัน ตอบว่า
“ ท่านไม่เคยล้มเหลวเลย เพราะ 25,000 ครั้งนั้น ล้วนแต่เป็นบทเรียนและเป็นกระบวนการสู่ความสำเร็จของท่านทั้งสิ้น ”
ท่านที่เคารพครับ ท่าน โธมัส เอดิสัน อาศัยความใฝ่ฝัน ความทะเยอทะยาน และวิสัยทัศน์อันยาวไกล ประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ มากกว่า 1,300 ชนิด
สุดท้ายเพื่อเป็นการเชิดชูคุณงามความดีของท่าน โธมัส เอดิสัน นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก กระผมขอยกวิสัยทัศน์ของท่านมากล่าวดังนี้ครับ ท่านกล่าวไว้ว่า
“ ท่านมีจินตนาการอันเจิดจ้า ท่านมองเห็นแสงสว่างจากหลอดไฟตลอดเวลา
และในที่สุด ด้วยความพยายามและวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ ท่านก็ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ท่านคิดและจินตนาการ ”
2. Dig หมายถึงการขุด มนุษย์จะประสบสำเร็จได้ต้องมีการขุด 2 ประการคือ
ประการแรก คือการขุดเอาความรู้ความสามารถของตนออกมาใช้ประโยชน์ให้ได้
เราต้องสำรวจตนเองว่า เรามีจุดอ่อน จุดแข็ง มีอุปสรรค และมีโอกาสที่จะก้าวสู่ความสำเร็จหรือไม่ อย่างไร
ท่านที่เคารพครับ กระผมกล้าพูดว่า มนุษย์ทุกคน มีจุดอ่อน มีจุดแข็ง
มีอุปสรรค และมีโอกาสก้าวสู่ความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้นครับ
กระผมกล้ายืนยันว่า ไม่มีมนุษย์คนใดในโลกนี้ ดีและเก่งอย่างสมบูรณ์แบบ
และ ไม่มีมนุษย์คนใดในโลกนี้ เลวและโง่อย่าง 100 % เช่นกันครับ
ดังนั้น ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ เราต้องวิเคราะห์ชีวิต
วิเคราะห์ศักยภาพของตัวเราอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อเราได้ข้อมูลของตัวเราแล้ว เราต้องขุดเอาสิ่งดี ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเองและสังคมครับ
ส่วนที่ไม่ดี ส่วนที่เป็นจุดอ่อน และอุปสรรคของเรา
ก็ต้องแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับ
เมื่อพูดถึงการพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข แล้ว เพื่อความขลังของการพูด กระผมขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันที่ว่า
“ ที่ใดมีการพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข และเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ที่นั้น กำลังเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป
ในทางตรงกันข้าม ถ้าที่ใดไม่มีการพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข
แต่หยุดนิ่งอยู่ตลอดเวลา ที่นั้น ก็เหมือนน้ำเน่า หรือไม้ตายซากที่หมดโอกาสเจริญแล้ว ”
ท่านที่เคารพครับ
การขุดประการที่สอง คือ
ต้องขุดเอาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของคนรอบข้าง
หรือเพื่อนร่วมงานออกมาใช้ประโยชน์ให้ได้
การที่เราจะทำเช่นนั้นได้ เราต้องรู้ เราต้องเข้าในอุปนิสัยของเขา
เราต้องเข้าในความรู้ความสามารถและธรรมชาติของเขา
ต้องมอบงานที่เขาชอบและถนัด ถ้าเขาชอบและถนัดเขาจะทำได้ดีเกินกว่าที่เราคิดนะครับ
ในหนังสือว่าด้วยการบริหารงานบุคคลมักมีคำเตือนใจเป็นภาษาอังกฤษว่า
“ Put the right man to the right job ”
ท่านที่รักครับ ก่อนจะจบเรื่องการขุด กระผมขออัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบันมาประกอบการบรรยาย ดังนี้ครับ
“ การทำงานให้สำเร็จนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถ 2 ประการคือ
1. ความสามารถในการใช้วิชาความรู้ของตน
2. ความสามารถในการสานสัมพันธ์เพื่อใช้ความรู้ของผู้อื่น
ทั้งสองประการนี้ ต้องดำเนินควบคู่กันไป
และจำเป็นต้องกระทำด้วยความสุจริตกาย สุจริตใจ
ด้วยความคิดเห็นที่เป็นอิสระ ปราศจากอคติ และด้วยความถูกต้องตามเหตุตามผลด้วย
จึงจะช่วยให้งานบรรลุเป้าหมาย และประโยชน์ที่พึงประสงค์โดยครบถ้วนแท้จริง ”
3. Discuss หมายถึงการประชุมปรึกษาหารือกัน ที่ใดมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสม่ำเสมอ
ที่นั่นย่อมมีปัญญาชนอยู่มากมาย
เพราะการประชุมคือการถ่ายถอดความรู้ของคน ๆ หนึ่ง ไปสู่คนอื่น ๆ
การประชุมคือการพัฒนาศักยภาพความคิดของมนุษย์
ท่านที่เคารพทุกท่าน กระผมขอยกตัวอย่างอีกหนึ่งตัวอย่างนะครับ
เพราะสำคัญจริง ๆ ครับ ในสมัยพระพุทธกาล
“ เหล่ากษัตริย์ลิจฉวี ” ผู้ปกครอง “ แคว้นวัชชี ”
ปกครองบ้านเมืองอย่างเข็มแข็ง เพราะมีความสามัคคีเป็นที่ตั้ง
ความสามัคคีนั้นเกิดขึ้นเพราะมีการประชุมกันอย่างสม่ำเสมอ
แต่ภายหลังถูก “ วัสสการพรามณ์ ” คนของ “ พระเจ้าอชาตศรัตรู ”
เข้าไปยุแหย่ จึงแตกความสามัคคี
และไม่มีการประชุมกันอีกเลย
และในที่สุดก็ถูกพระเจ้าอชาตศรัตรู
ผู้ปกครอง “ แคว้นมคธ ” ตีแตก
และแคว้นวัชชี ที่เคยสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองตลอดมา
ก็ตกเป็นเมืองขึ้นของพระเจ้าอชาตศรัตรู ”
..............
ท่านที่เคารพครับ องค์กรทุกองค์กร จะเข้มแข็งได้ ก็เพราะมีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเสมอต้นเสมอปลายเท่านั้นครับ
เพราะการประชุมนำมาซึ่งความสามัคคี
การประชุมนำมาซึ่งเอกภาพทางความคิด
เพราะถ้าคนในองค์กรมีความคิดเห็นเป็นเอกภาพ
ทุกอย่างก็จะเป็นเอกภาพและมีมาตรฐานเดียวกัน
สุดท้ายของเรื่อง Discuss นี้ กระผมขอกราบเรียนว่า
“ การประชุม คือหัวใจของการบริหารองค์กร
ยิ่งถ้าเป็นองค์กรใหญ่ ๆ ก็ต้องมีการประชุมให้ถี่มากขึ้น
รัฐบาลไทยประชุมสัปดาห์ละครั้ง ถ้ามีเรื่องเร่งด่วนก็มีการประชุมกันเพิ่มขึ้น
สมัยที่ประเทศสิงคโปร์สร้างชาติสร้างแผ่น รัฐบาลของเขาประชุมทุกวัน
และบางวันก็ประชุมมากกว่า 1 ครั้งครับ ”
4. Design หมายถึงการออกแบบ หมายถึงการวางแผนของงาน วางแผนขององค์กร
หรือเรียกให้เพราะ ๆ ก็คือ การวางยุทธศาสตร์ให้กับองค์กรนั้นเอง
การวางแผนไปสู่เป้าหมายขององค์กรนี้สำคัญมาก ๆ นะครับ
การเดินทางต้องมีเข็มทิศคอยบอกทางฉันใด
การทำธุรกิจหรือ การบริหารชีวิตก็ต้องมีทิศทางฉันนั้น
เพราะถ้าไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน
เราก็จะไม่มีโอกาสไปถึงฝั่งแห่งความสำเร็จตามที่เราต้องการได้
...................
ท่านที่เคารพครับ กระบวนการวางแผนมีดังนี้ครับ
1. การเตรียมการหาข้อมูล เราจะให้ใครหาข้อมูล เราจะหาข้อมูลจากที่ไหน
และเราจะใช้วิธีใด หรือใช้กระบวนการใดในการหาข้อมูล
2. การวิเคาระข้อมูลและปัญหา ศึกษาข้อมูลที่รวบรวมไว้แล้วว่า ข้อมูลเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไรบ้าง
จะใช้ข้อมูลอย่างไรเพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ กับองค์กร
เราจะใช้ข้อมูลประเภทเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย ( goal ) ขององค์กร
3. การกำหนดแผนงานและโครงการต่าง ๆ นั้น
คือ การเขียนแผน ซึ่งประกอบด้วย แผนงาน ( program )
โครงการ ( project ) และ กิจกรรม ( activity )
4. การปฏิบัติตามแผน คือการนำแผนที่ทำไว้แล้วออกมาปฏิบัติ ซึ่งต้องใช้กระบวนการบริหารต่าง ๆ ได้แก่การจัดระบบงาน
การวางตัวบุคคล การอำนวยการสั่งการ การตรวจนิเทศ การควนคุมงาน เป็นต้น
5. การประเมินผล เมื่อดำเนินการตามแผนระยะหนึ่ง
ควรมีการตรวจสอบและประเมินผล การประเมินผลจะทำให้เรารู้
จุดแข็ง จุดอ่อน และอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อจะได้แก้ไขปรับปรุง แผน ให้ดีต่อไป
5. Decide หมายถึงการตัดสินใจ กระบวนการตัดสินใจขึ้นอยู่กับกระบวนการวางแผน ครับ
คนที่ตัดสินใจได้ดี ไม่ไม่มีผิดพลาดก็เพราะมีข้อมูลที่แม่นยำ
และลักษณะของแผนที่ดีต้องมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์
ต้องมีแผนระยะสั้น มีแผนระยะกลาง มีแผนระยะยาว
มีแผนหนึ่ง แผนสอง แผนสาม เป็นต้น
เพราะถ้าเราพลาดแผนที่หนึ่งและที่สอง เราอาจใช้แผนที่สามได้ทันท่วงทีครับ
6. Do หมายถึงการกระทำ ท่านที่เคารพครับ มีผู้บริหารหลายท่านเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ดีเยี่ยม
กล้าวางแผน วางยุทธศาสตร์ต่าง ๆ กล้าพูด กล้าคิด
แต่ไม่กล้าตัดสินใจ และไม่กล้าลงมือกระทำ
จึงทำให้การวางแผน การพูด และการคิด ทั้งหมดไม่มีความหมาย
ท่านที่เคารพทุกท่านครับ
ท่านอาจารย์ “ คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย
ซึ่งเราถือว่า ท่านเป็นนักปราชญ์คนหนึ่งของเมืองไทย
เคยกล่าวว่า มีวิสัยทัศน์ แต่ไม่ลงมือกระทำ ก็ทำให้วิสัยทัศน์เป็นหมัน
ลงมือกระทำโดยไม่มีวิสัยทัศน์ ก็ทำให้การกระทำนั้นไร้ผล ”
ท่านที่เคารพครับ เมื่อปี พ.ศ. 2502 ประเทศสิงคโปร์ ประกาศแยกตัวออกจากประเทศมาเลเซีย
แต่ประชาชนยากจนค้นแค้นแสนสาหัส
ดังนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2508
จึงขอกลับเข้าไปรวมเป็นประเทศเดียวกันกับประเทศมาเลเซียอีก
แต่ประเทศมาเลเซียปฏิเสธเพราะมาเลเซียก็ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเช่นเดียวกัน
ในที่สุดท่านลีกวนยู จึงเข้ามาบริหารประเทศ
และทำให้ประเทศสิงคโปร์เจริญก้าวหน้าอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
ท่านที่เคารพครับ ก่อนที่ “ ท่านอดีตนายก ฯ ลีกวนยู จะลาออกจากตำแหน่ง
เพื่อให้โอกาสคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ
ท่านกล่าวเป็นคติเตือนใจของนักบริหารประเทศรุ่นหลังไว้ว่า
“ ผู้ใด กล้าพูด กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และกล้าทำ ผู้นั้นเป็นผู้ชนะ ”
ท่านที่เคารพรักครับ ทฤษฎีสู่ความสำเสร็จที่กระผมนำมาฝากท่านในวันนี้ มีชื่อว่า “ สู่ความสำเร็จด้วย 6 ดี ” ซึ่ง
ดีตัวที่หนึ่ง คือ Dream ความฝัน
ดีตัวที่สองคือ Dig การขุด
ดีตัวที่สามคือ Discuss การประชุม
ดีตัวที่สี่คือ Design การออกแบบหรือการวางแผน
ดีตัวที่ห้าคือ Decide การตัดสินใจ
ดีตัวที่หกคือ Do การกระทำ
ท่านที่เคารพรักทั้งหลายครับ ก่อนจบการพูดในเชิงวิชาการวันนี้ ด้วยความรักและเคารพด้วยใจจริง กระผมจึงขอฝากคติธรรม คำคมดังนี้ครับ
1. มีความรู้ความสามารถมากเท่าใดก็ไร้ค่า ถ้าไม่มีโอกาสได้ใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม 2. มี vision ดีเยี่ยมเพียงใดก็ไร้ผล ถ้าเป็นคนไม่มี action คือไม่ลงมือกระทำ 3. ท่านที่รักครับ ข้อ 3 นี้ พึ่งได้มาหมาด ๆ ครับ ยังอุ่น ๆ อยู่เลยครับ คือ ถ้ามีแต่ action action action คือ ทำ ทำ ทำ ก็จะทำให้ระกำใจ ถ้าไร้ซึ่ง Vision ครับ
4. รู้ธรรมะ มากเท่าใดก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ
September 13 ปลายเดือนนี้รอพบกับ อัพเดทสเปซครั้งใหญ่ ในหัวข้อ " คิดอย่างคนสำเร็จ " ที่นี่เร็วๆนี้หวัดดีเพื่อนๆ พี่น้องทุกท่าน
หลังจากไม่ได้อัพสเปซมานาน ถึง 1 ปี เต็ม ก็ถึงคราวได้ล้างเครื่อง อัพสเปซกันใหม่หน่อย
แต่คราวนี้จะไม่เหมือนทุกครั้งที่อัพแบบเดิมๆ คราวนี้ผมจะไปหาข้อมูลเด็ดๆ สุดยอดๆ ของคนหรือผู้นำที่
ประสบความสำเร็จมาฝากกัน
เราลองมาดูกันนะคับว่า ความคิดของพวกเค้าเหล่านั้น คิดกันอย่างไร และ พวกเค้าทำกันแบบใดถึงได้
ประสบความสำเร็จถึงทุกวันนี้
อดใจรอสักนิด .... รับรองว่าเจ๋ง
ปล. สเปซคราวหน้า จะอัพรูป งานรับปริญญาที่ผ่านมา หลายร้อยรูป มีรูปใครก็เซฟกันได้เลยค้าบAugust 01 TRIP กับคำจำกัดความของนายนามเรื่องนี้อาจจะเอามาลงช้าไปหน่อย แต่ก็อยากถ่ายทอดความหมายที่มีให้ได้อ่านกัน
T : Travel การเดินทาง
เป็นการเดินทางในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ของการทำกิจกรรมรับน้อง แต่ก่อนที่จะได้ทำ ก็ต้องเฟ้นหาสถานที่กัน R : Relationship ความสัมพันธ์ และ มิตรภาพ เป็นความสัมพันธ์ดีๆ ระหว่างกันและกัน ระหว่างเพื่อน ระหว่างพี่ และ ระหว่างน้อง ที่ได้รับจากการทำกิจกรรมครั้งนี้ แม้จะมีปัญหาที่เกิดขึ้นมากมาย แต่เมื่อเราคุยกัน พูดกัน อธิบายให้เข้าใจ เราก็จะรู้จักกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ที่ห่างเหินก็จะแนบแน่น มิตรภาพที่มองไม่เห็น ก็จะเผยให้เห็นตรงหน้าเรา I : Impression ความประทับใจ และ ความทรงจำดีๆ เป็นความรู้สึกดีๆ ที่เราได้รับร่วมกัน อาจจะไม่ใหญ่โตเท่าผืนฟ้า ไม่กว้างเท่าพื้นมหาสมุทร เพราะมันเป็นเพียงหยดน้ำหยดเล็กๆ หยดนึงที่เป็นส่วนเติมเต็มให้หัวใจได้ชุ่มชื่น ความประทับใจบางครั้งอาจไม่เป็นอย่างที่เราคิด ที่เราคาดหวังไว้ทั้งหมด แต่มันก็ยังมีมุมเล็กๆมุมนึงให้เราได้ประทับใจ ให้เราได้มีความทรงจำดีๆกลับไป P : Participation ร่วมมือ ร่วมแรง คือ การที่เราสิงห์เขียวทุกรุ่น ได้ร่วมมือกันทำกิจกรรม ได้เผชิญปัญหาร่วมกัน และ พร้อมที่จะฝันฝ่าไปด้วยกัน ไม่ว่าปัญหาจะยากแค่ไหน เราก็จะไม่ทิ้งกัน "ไม่ว่าหนทางที่เราเดินจะขรุขระแค่ไหน เราก็จะช่วยกันพยุงไปให้จนถึงปลายทาง" (ไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดว่ายังไง เกี่ยวกับคำว่าทริป อาจมีคนเห็นด้วย และ ไม่เห็นด้วยกับที่พูดมา ยังไงๆ ก็ช่วยร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้เลย จะได้เห็นหลายมุมมอง) July 02 ฟิต คับ ฟิตBonjour , everybody EIEI ทักทายแบบชาวบ้านไม่ได้ด้วย (แรดจิงๆเลย)
เมื่อวานนี้ ก็คือ วันพฤหัส ที่ 29 มิย. 49 มีเรียนตามปกติ แต่เรียนทั้งวัน ตั้งแต่ 9 โมงยันสี่โมงเย็นแหนะ ชีวิตแทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลย ติดแหง่กอยู่ที่คณะ ... พอพักได้ชม.นึงก็ต้องแห่ไปกินข้าวที่เดิม ประมงเจ้าเก่า (ไหนว่าเค้าจะไล่ แต่เค้าก็ยังขายได้อยู่นะ แอบดีใจเพราะไม่มีที่กิน) วันนี้ไปกินยำไวไว (แหนะ หาว่าผมกวนอีก ก็ผมสั่งไวไวหอยลายผัดฉ่าอะคับ แล้วจะให้เรียกว่ายำมาม่า ได้ไง เนอะ) มา อร่อยมากๆๆๆๆ แล้วก็แวะซื้อ มะม่วงมัน กับ ฝรั่งแช่บ๊วยให้ เพื่อนปิ่น (ชบาแก้ว แปร๋นๆๆ) กิน เออ ใช่ มันยังไม่ยอมคืนเงินค่าผลไม้เลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปทวง เหอๆ .... ฝากซื้อนะ ไม่ใช่ซื้อฝาก เพื่อนกรู....
ตกเย็น .. นัดกันดิบดี ว่าจะทำงานอ.ศรีรัฐกัน พอมานั่งอ่าน Activity ในชีทปุ๊บ แปลกันไม่รู้เรื่องอีก แค่นั้นไม่พอคับ แทนที่ไม่รู้เรื่องแล้วควรจะพยายามต่อ แต่นี่ไม่คับ คุยเล่น เม้าส์กระจายกันอีก แบบว่า "หยุดไม่ได้หรอก หยุดไม่ได้หรอก ..." บวกกับไอ้เติร์กมานั่งคุยเล่น ถ่ายรูปกับอ้ายชบาแก้วอีก โอยๆๆๆ ไม่ต้องทำงานค้าบ งานไม่เดิน พากันเล่นอีก กำๆ (แต่แอบขำตอนไอ้เติร์กถ่ายรูปกับชบาแก้ว ชบาแก้วเราอายม้วนต้วนเลย ตัวแทบจะเป็นสีชมพูเลยทีเดียว อิอิ) สุดท้าย เราก็เลิกทำกัน กะว่าจะมาถามอ.ในคาบเอาว่าทำยังไงแทน .... เป็นไงฮะกลุ่มผม อนาคตสดใส อนาคตชานเมือง
แต่ยังดีคับวันนี้ ยังมีอะไรดีๆ ชดเชยกับงานที่ไม่เดินบ้าง ... นั่นก็คือการได้ออกกำลังกายนั่นเอง หลังจาก ไม่ทำงานกันแล้ว ก็มาตีแบตกัน ที่ลานคณะ มีผม กุ๊ก พี่อั้น พี่หมอ น้องเลย์ น้องโต๊ด ตีเล่นด้วยกัน จนถึงเย็นๆ วันนี้ตีมันมากๆ หวดกันสนุก ได้ตงได้ตบ ค่อยคึกคักหน่อย แต่เจ้ากรรมลูกแบตที่ตีก็เยินซะเหลือเกิน ใครที่เหนข้อความข้างต้นก็สามารถให้ความอนุเคราะห์ลูกแบตได้นะคับ .. ทุกเย็นหลังสี่โมงพวกผมจะสถิตให้ท่านๆ ได้มาบริจาคลูกแบตกัน ... โอ้วๆๆๆ ลืมพูดไปเลย พี่หมอ เอาลูกแบตนามไปตีขึ้นชั้นสองเลย โหๆ ไรเนี่ย ไปปีนเก็บให้ด้วยเลย อ่าๆๆๆๆ (หัวเราะแบบอ.โกวิท) ...
อ๊ะแต่เดี๋ยวก่อน !!! เท่านั้นยังไม่พอ นอกจากเราจะได้ตีแบตแล้ว เรายังไปวิ่งกันที่สนามอินทรี จันทรสถิตย์ต่ออีก คราวนี้ ไปวิ่งกัน 5 คน ผม น้องป้ำ น้องหนึ่ง พี่หมอ และ ก็พี่ตู่ แล้วก็ไปเจอน้องอั้มอีกคนตอนรอบท้ายๆ พวกเราไปวิ่งกัน 5 รอบ โดยไม่หยุดเลย ฟิตมากๆๆ วิ่งเสร็จก็กลับคณะเห็นมั้ย คับ ว่า ฟิตแค่ไหน ทั้งวิ่งทั้งตีแบต อีกไม่นานก็หุ่นดีแล้วคับ ...
สุดท้ายก่อนจะไปกินข้าวกัน เจอน้องปูนสุดที่รัก (ตรงไหน) พึ่งพักจากการซ้อมหลีด ไอ้เราก็ตะโกนทักมันเล่นๆ "กระดาน" ปุ๊บ น้องปูนก็หันมาปั๊บ หนูน้องเถอะมาว่าน้องอย่างนี้ได้ยังไง พูดจบไม่พูดพร่ำทำเพลง พูดต่ออีก "พี่นามเลี้ยงลูกชิ้นปูนเลย สองไม้สิบบาทเองหน่า ขำๆ" ค้าบน้อง 10 บาท ถ้าเลี้ยงครั้งเดียวพี่จะไม่ว่าเล้ยยยย... แต่นี่เลี้ยงมันตั้งแต่ปี1 ยัน ปี3 แล้วนะ.... โอ้โห น้องผมคับ .... ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆสักคำ ให้ลึกซึ้ง ไม่ต้องบรรยายอะไรให้สวยเลิศเลอ...
เอาหละผ่านไป ขอจบจิงๆสักที รู้สึกจะเขียนมากไปละ สรุปหลังจากออกกำลังกายสุดฟิต ก็ออกมากินข้าวที่ร้านเดิม ครัวริมทาง วันนี้กินข้าวผัดเบคอนซะด้วย ตัวอ้วนเลยอะ เหอๆ ออกกำลังกายฟิตเสร็จ กินข้าวต่อ ก็เลยกลับมาฟิตเหมือนเดิม เฮ้อ... แล้วกรูจะผอมลงมั้ยเนี่ย ใครก็ได้ช่วยผมที... June 26 วันเบาๆ กับนายพศินวันนี้ตั้งใจไว้เหมือนเดิมว่า จะต้องมาวิ่งตอนเช้า และ ไปว่ายน้ำตอนเย็น
แต่ปรากฏ ผิดแผน ตื่นมาสายไปหน่อยเลยไปถึงมหาลัยช้า ไม่พอ ยังหลับบนรถเมล์อีกนั่ง 510 เลยป้าย เลยต้องนั่งย้อนกลับมา พอถึงมหาลัยแทนที่จะวิ่ง ก็ไม่ได้วิ่ง ... เพราะว่า หิวข้าว จะไม่ให้หิวได้ไงอะ จะ 9 โมงแล้วยังไม่ได้กินไรเลย ถ้าไปวิ่งคงเป็นลมตายคาสนาม .... เลยเปลี่ยนจากวิ่งไปกินแทน
... กินเสร็จก็โทรไปหา ไอ้กบ... กบ บอกอยู่ไอที ก็เลยไปนั่งเล่นคอมตั้งแต่ 9.30-12.00 เล่นกันจนเบื่อไปข้างนึง แต่ก็ชิวๆดีไม่เป็นไร ...
วันนี้โอกับแอร์แต่งเสื้อเหลืองมาด้วย ดีจิงๆ จะได้มีพรรคพวกเยอะๆหน่อย ... จากคราวที่แล้วนัดกันแต่งมา ปรากฏแต่งกันอยู่3 คน นาม เก๋(ตี่) และ ก็ทรายแค่นั้น แต่วันนี้ไม่รู้จะมีใครแต่งมั้ง แต่ที่แน่ๆ ก็ 3 คนแล้ว มีนาม โอ แอร์ .... สามคน รวมพลังรักในหลวง
.... วันนี้หวังว่าตอนเย็น คงไม่มีอะไรมารบกวนการว่ายน้ำของ นายพศิน กับ น้องลัชชา .... สปา เกษตร 5555
รุ่นพี่ปี 4 สมัยเราเข้ามาปีหนึ่ง
รุ่นพี่ปี 3 รับรุ่นเรามา... ก้มหน้าลงไป มองไรคุณ
ยอดเต็ม 100 น่าตาดีเต็มล้าน !!!
รับมากับมือ .... รุ่นแรกที่มีน้องเยอะที่สุด
|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|